BANDEE HATYAI EP.14 เลือกทำเลบ้านให้แมทช์กับชีวิตคุณ

หลายๆ คนที่กำลังมองหาบ้านอยู่ หนึ่งในหลายปัจจัยที่สำคัญในการเลือกบ้านคงหนีไม่พ้นเรื่องของทำเล ทำเลบ้านที่ดีสำหรับคนแต่ละคนย่อมจะแตกต่างกัน เพราะต่างคนต่างก็มีความชอบและความจำเป็นที่ไม่เหมือนกัน บางคนชอบอยู่ในเมือง บางคนชอบอยู่นอกเมือง ว่าแต่ แล้วทำเลแบบไหนล่ะ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

ทำเลบ้าน กับสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

อย่างน้อยที่สุด ที่บ้านของเราควรจะอยู่ในทำเลที่มีสาธารณูปโภคครบถ้วน นอกจาก น้ำ ไฟ โทรศัพท์ อันเป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานแล้ว อย่าลืมพิจารณาถึงเครือข่าย Internet ด้วยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ทำงานที่บ้านที่ต้องใช้การสื่อสาร หรือหาข้อมูลผ่าน Internet เป็นหลัก

ทำเลบ้าน กับชีวิตการทำงาน

ถ้าคุณทำงานในเมือง แถมต้องตอกบัตรเริ่มงานตรงตามเวลา แน่นอนว่า เวลาที่ใช้ในการเดินทางจากบ้านถึงที่ทำงานย่อมมีความสำคัญมาก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน หรือใกล้ระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกต่อการเดินทาง เช่น รถไฟฟ้า อาจะจะเป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งก็มักจะมีราคาต่อหน่วยพื้นที่ที่สูงกว่าที่พักอาศัยแถบชานเมือง แต่หากเราพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายรายวันจากการที่ต้องขับรถเข้าเมือง การเลือกอาศัยในเมืองอาจจะคุ้มกว่าในระยะยาว เพราะ นอกจากค่าน้ำมัน ค่าทางด่วนแล้ว ยังมีค่าเสียเวลาในการเดินทาง แทนที่เราจะใช้เวลาไปทำประโยชน์อย่างอื่น เช่น ทำงานเสริม หรือ ไปออกกำลังกายสร้างเสริมสุขภาพ

ทำเลบ้าน กับการเดินทาง

ทำเลบ้านควรเปิดโอกาสให้ทุกคนในบ้านสามารถดูแลตัวเองได้ด้วยระบบขนส่งสาธารณะโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากในบ้านมีผู้พักอาศัยหลายคน ลองจินตนาการว่า ถ้าคุณอาศัยอยู่ในซอยลึกไม่มีรถรับจ้างผ่าน คงจะลำบากไม่ใช่น้อยสำหรับทุกๆคนในบ้านในวันที่รถเสีย นอกจากนี้ ทำเลบ้านควรมีทางเข้าออกได้หลายทาง เพื่อให้เรามีทางเลือกสำหรับหลีกเลี่ยงเส้นทางในกรณีที่การจราจรถูกบล็อก

ทำเลบ้าน กับความปลอดภัย

ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในหมู่บ้านที่ดี หรือคอนโดระดับไฮเอนด์ที่มีความปลอดภัยแน่นหนา แต่เราก็ควรพิจารณาสภาพแวดล้อมนอกโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางด้วยนะครับ เช่น สาวๆ ที่ต้องกลับบ้านค่ำๆ ควรตรวจสอบดูสภาพเส้นทางจากที่ทำงาน ถึงทางเข้าบ้านว่ามีจุดเปลี่ยวหรือไม่ เราอาจตรวจสอบดูว่ามีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นในบริเวณนั้นบ่อยแค่ไหน และเกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อใด

ทำเลบ้าน กับสภาพแวดล้อม

หากคุณเป็นคนที่ชอบวิวทิวทัศน์ อาจให้น้ำหนักกับคอนโดชั้นสูงๆ ริมเม่น้ำ เพื่อที่จะได้ทั้งวิวแม่น้ำ และวิวเมือง แต่นอกจากเรื่องทัศนียภาพแล้ว เราควรพิจารณาเรื่องมลภาวะต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมรอบโครงการด้วย เช่น ฝุ่น ควันจากโรงงาน มลพิษทางเสียง ปัญหาขยะ เสียงหรือความสั่นสะเทือนหากอาศัยอยู่ใกล้สนามบิน รวมถึงภัยธรรมชาติที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เช่น อยู่ในทำเลที่น้ำท่วมบ่อยหรือไม่ มีแนวทางระบายน้ำสาธารณะหรือไม่

ทำเลบ้าน กับไลฟ์สไตล์

ถ้าคุณเป็นคนอยู่ไม่ติดบ้าน ชอบไปชอปปิ้ง ชอบรับประทานอาหารนอกบ้าน สังสรรค์กับเพื่อนๆ ที่พักที่อยู่ไม่ไกลจากแหล่ง Hang out หรือห้างสรรพสินค้าอาจเป็นคำตอบ หากแต่อย่าลืมคำนึงถึง ความแออัดของการจราจร และความพลุกพล่านที่อาจจะตามมาด้วยนะครับ ส่วนคนที่ชอบอยู่บ้าน ถึงแม้ว่าแหล่ง Hang out อาจจะไม่ใช่ประเด็นสำคัญในการพิจารณา แต่อย่างน้อย บริเวณที่พักของเราก็ควรไม่ห่างไกลจากชุมชนมากนัก อย่างน้อยควรจะมีร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา หรือร้านอาหาร เพื่อเป็นที่พึ่งพิงได้ในยามจำเป็น

ทำเลบ้าน กับโรงพยาบาล/โรงเรียน

ถึงแม้เราไม่ใช่แพทย์ พยาบาลหรือบุคลากรที่ทำงานที่โรงพยาบาล แต่การที่มีโรงพยาบาลอยู่ใกล้บ้านจะทำให้เราอุ่นใจมากขึ้นโดยเฉพาะ หากเรามีโรคประจำตัว หรือคนในบ้านมีความจำเป็นที่ต้องใช้บริการโรงพยาบาลเป็นประจำ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือหากคุณกำลังจะซื้อบ้านเพื่อครอบครัวที่กำลังจะขยาย อาจจะพิจารณถึงการเดินทางระหว่างบ้านกับโรงเรียนเพื่อลดความลำบากสำหรับการเดินทางในอนาคตแน่นอนครับว่า แต่ละทำเลย่อมมีข้อดี ข้อเสียสำหรับผู้อยู่อาศัยที่แตกต่างกันไป ลองให้น้ำหนักที่แตกต่างกันกับ Lifestyle แต่ละด้าน เพื่อหาทำเลที่ “Match” ที่สุดสำหรับตัวคุณครับ

5 ทำเล ที่ควรเลี่ยง ซื้อบ้าน

“ทำเล-ทำเล-ทำเล” ทำเลแบบใดที่ไม่ควร  ” ซื้อบ้าน ” ไม่ควรอยู่อาศัย อันเป็นทำเลที่ซื้อไปแล้วอยู่อาศัยไม่สบาย ไม่สะดวก มูลค่าเพิ่มขึ้นน้อย 5 ลักษณะทำเลที่ควรเลี่ยงในการ ” ซื้อบ้าน ” ดังนี้

1. ทำเลในโซนอุตสาหกรรม   ก่อน ” ซื้อบ้าน ” นั้น เราควรจะพิจารณาสิ่งแวดล้อมให้ดีๆว่าในทำเลนั้นส่วนใหญ่เป็นใครอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นชุมชนเล็กหรือใหญ่ หรือย่านพาณิชยกรรม เป็นต้น แต่ทำเลที่ควรเลี่ยงให้ไกลมากที่สุดคือทำเลที่เป็นโซนอุตสาหกรรม ประกอบไปด้วยโรงงานต่างๆมากมาย นอกจากนี้ควรสังเกตุจาก “ผังเมือง” ว่าทำเลนั้นอยู่ในสีอะไร เช่น หากอยู่ในสีม่วง จัดเป็นพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรม ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย เพราะในพื้นที่จะเต็มไปด้วยมลพิษและสารเคมี

2. ทำเลใกล้ทางรถไฟ/สนามบิน   การที่บ้านอยู่ใกล้ทางรถไฟหรือสนามบินนั้น อย่าเพิ่งมองว่าสะดวกต่อการเดินทางเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่ได้แถมมาด้วยเรียกได้ว่าแทบไม่คุ้มกันเลย การที่บ้านอยู่ใกล้รถไฟหรือสนามบินนั้น บ้านจะได้รับมลภาวะทางเสียงและการสั่นสะเทือนไปเต็มๆ ที่นอกจากจะน่ารำคาญแล้ว ยังเป็น อันตรายต่อโครงสร้างของบ้าน ด้วย และบางครั้งก็ได้ละอองน้ำมันเป็นของแถมมาด้วย แนะนำว่าหากต้อง ” ซื้อบ้าน ” ที่ใกล้สนามบินจริงๆ ควรเลี่ยงเส้นทางที่เป็นแนวเส้นเสียงการขึ้น-ลงของเครื่องบิน และทิศทางของกระแสลมให้ดีๆ

3. ทำเลที่เต็มไปด้วยคดีอาชญากรรม   ไม่ว่าใครก็อยากจะ ” ซื้อบ้าน” ในทำเลที่ดี อยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย ไร้ความกังวลใจ แต่ทำเลไหนล่ะที่จะปลอดภัยน่าอยู่สำหรับเรา? อาจจะสังเกตได้ยากเสียหน่อย แต่ควรลงสำรวจโดยการถามคนในพื้นที่โดยตรงว่าทำเลนี้มีเหตุอาชญากรรมมากน้อยแค่ไหน หากจำเป็นต้องอยู่ทำเลนั้นจริงๆ อาจจะต้องเลือกจากระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการที่แน่นหนามากพอ

4. ทำเลที่ไม่มีแผนพัฒนาจากภาครัฐและเอกชน   ข้อนี้จะมีผลต่อมูลค่าบ้านของเราในภายหลัง ยิ่งการพัฒนาของรัฐและเอกชนเข้ามามากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีต่อบ้านของเรามากเท่านั้น เพราะที่ดินและมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ย่อมเพิ่มขึ้นตามความเจริญที่เข้ามา หากทำเลใดที่ภาครัฐไม่ได้สนใจหรือละเลยที่จะพัฒนา ก็ควรเลี่ยงที่จะ ” ซื้อบ้าน ” ในทำเลนั้น แม้ว่าบ้านจะราคาถูกมากก็ตาม

5. ทำเลที่อยู่ในเขตเสี่ยงอันตราย   เขตเสี่ยงอันตรายในที่นี้ หมายถึง อันตรายทั้งจากภัยธรรมชาติและจากสังคมเอง ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม เป็นต้น เลี่ยงทำเลที่เกิดภัยน้ำท่วมบ่อยๆ หรืออยู่ในพื้นที่ต่ำ, ภัยจากสังคมและการเมือง เช่น ทำเลที่เสี่ยงต่อการเกิดจราจลกลางเมือง ล้วนไม่ควรจะเป็นทำเล ” ซื้อบ้าน ” ทั้งสิ้น

“ทำเล” คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ยากที่สุดในการซื้อบ้าน หากอยู่ในทำเลที่ไม่ดีแล้ว ทำได้เพียงอย่างเดียวคือย้ายออกไป หลังเดิมจะขายทิ้งก็คงขายไม่ได้ราคาเท่าไหร่ เพราะมูลค่าบ้านก็ขึ้นอยู่กับทำเลเช่นกัน ดังนั้น “ต้องเลือกทำเลที่ดีตั้งแต่ครั้งแรกที่ซื้อ” เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องมาย้ายหนีทีหลัง และเพื่อการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

ใส่ความเห็น