BAN DEE HATYAI EP.2 : ซื้อบ้านให้ถูกใจต้องเลือกจากอะไรบ้าง

” ซื้อบ้านให้ถูกใจ ต้องพิจารณาอะไรบ้าง “
วิธีเลือกซื้อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านประเภทของบ้านโครงการจัดสรร อย่างบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ การเรียนรู้พิจารณาแบบบ้านนั้นมีประโยชน์ทั้งในการเลือกแบบบ้านโครงการหมู่บ้านจัดสรรและการเลือกบ้านมือสอง แนวทางหลักๆ ในการพิจารณาแบบบ้านมีรายละเอียดดังนี้
(ตรงนี้ดีเจสามารถเสริมรายละเอียดเรื่องประเภทบ้านได้ยาวๆเลยครับ)

1.ต้องดูขนาดพื้นที่ใช้สอย ก่อนจะซื้อบ้านสักหลัง เรื่องแรกที่ต้องคำนึงถึงขนาดของบ้านที่ตรงกับความต้องการที่แท้จริง คนไทยจะพูดถึงขนาดบ้านโดยเริ่มจากจำนวนห้องนอนก่อนเสมอ ดังนั้นให้คิดว่าต้องการห้องนอนกี่ห้อง ห้องน้ำกี่ห้อง มีห้องน้ำที่เข้าได้จากทุกห้องนอนหรือไม่ ที่จอดรถยนต์จำนวนกี่คัน ต้องการห้องทำงานแยกจากห้องอื่นๆหรือไม่
จากนั้นพิจารณาห้องส่วนกลาง เช่น ต้องมีห้องนั่งเล่นที่แยกออกจากห้องรับแขกหรือไม่ ต้องมีห้องรับประทานอาหารแยกเป็นสัดส่วนหรือไม่ ควรคิดไกลไปถึงการวางแผนชีวิตในอนาคตด้วยว่า ต้องการพื้นที่สำหรับการขยายครอบครัวหรือไม่ เช่นวางแผนที่จะมีลูกกี่คน
พื้นที่อื่นที่ไม่ควรลืมคือ พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว สำหรับผู้ที่ชอบปลูกต้นไม้น่าจะต้องการบ้านมีบริเวณและสวนขนาดใหญ่ ถ้าไม่ชอบทำสวน พื้นที่บริเวณภายนอกบ้านก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ จำนวนห้องและพื้นที่ใช้สอยที่เรากำหนดไว้ข้างต้นนั้นจะไปสัมพันธ์กับขนาดที่ดิน ตัวบ้านใหญ่ย่อมต้องการที่ดินใหญ่ตามไปด้วย หลังจากกำหนดจำนวนห้องได้แล้วจึงจะพิจารณาแบบแปลนของบ้านต่อไป

2.ทิศ ของบ้าน การเลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ในประเทศไทยจะขึ้นทางทิศตะวันออกและมักอ้อมไปทางทิศใต้ ก่อนไปตกในทิศตะวันตก ฉะนั้นทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นทิศที่จะร้อนมากในเวลากลางวัน ทิศตะวันออกรับแสงแดดช่วงเช้าซึ่งมีความร้อนน้อยกว่าและมีช่วงเวลา สั้นกว่า ส่วนทิศเหนือได้รับแสงแดดน้อยที่สุด การกำหนดตำแหน่งของห้องจึงควรดูทิศทางที่เหมาะสม เช่น ห้องนอนไม่ควรอยู่ด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ เพราะเป็นห้องที่ใช้งานในช่วงเย็นและกลางคืน เมื่อผนังห้องถูกแสงแดดส่องตั้งแต่บ่ายไปจนถึงเย็น ความร้อนจะยังสะสมอยู่ในห้อง กว่าอากาศในห้องจะเย็นลงต้องใช้เวลานาน ห้องที่น่าจะพอวางไว้ด้านทิศใต้หรือทิศตะวันตกน่าจะเป็น ห้องน้ำ ห้องเก็บของ ห้องครัว หรือที่จอดรถยนต์
สำหรับเรื่องลมธรรมชาตินั้นในบ้านเรามีลมประจำอยู่สองทิศทาง คือ ลมมรสุมกลางปี ช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ลมนี้จะพัดจากทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนอีกทิศทางคือลมมรสุมปลายปีและต้นปี อยู่ในช่วงประมาณเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ลมนี้จะพัดจากทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ลมประจำส่วนใหญ่นั้นพัดจากทิศใต้และตะวันตกเฉียงใต้เป็นหลัก ทิศที่ลมพัดมาถี่มากที่สุดคือทิศใต้ ดังนั้นผนังด้านทิศใต้และทิศเหนือควรมีช่องเปิดระบายอากาศที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้ลมธรรมชาติพัดผ่านได้โดยสะดวก

3.ประหยัดพลังงาน บ้านที่ดีควรอยู่ได้สบายโดยใช้พลังงานอย่างประหยัด เนื่องจากนับวันราคาพลังงานจะสูงขึ้นเรื่อยๆ วิธีการพิจารณาเรื่องการประหยัดพลังงานนั้นเริ่มตั้งแต่ประเภทของหลอดไฟฟ้าที่ใช้ ควรเป็นหลอดประหยัดไฟ เช่น หลอดตะเกียบ ฟลูออเรสเซนต์ ไม่ควรใช้หลอดไส้หรือหลอดแฮโลเจน เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านควรเป็นแบบประหยัดพลังงาน เช่น เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นต้น มีการป้องกันความร้อนทั้งหลังคาโดยติดตั้งฉนวนกันความร้อนอย่างเหมาะสม ที่นิยมคือ การติดตั้งแผ่นความร้อนที่ใต้กระเบื้องหลังคาหรือการวางฉนวนใยแก้วความหนาอย่างน้อย 3 นิ้วที่ใต้หลังคาหรือวางเหนือฝ้าเพดาน ป้องกันความร้อนให้ผนังที่ได้รับแสงแดดมากด้วยการก่อผนังหนา ไม่มีช่องประตูหน้าต่างมากนักทางด้านทิศตะวันตก หลังคาควรมีชายคายื่นยาวมากในทิศตะวันตกและทิศใต้

4.ดูแลรักษาง่าย บ้านที่ดีต้องดูแลรักษาง่าย ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ไม่มีซอกหรือมีมุมมากเกินไป ไม่มีปัญหาความชื้น ไม่มีรอยรั่วซึมหรือรอยน้ำท่วม และบ้านไม่ควรใหญ่เกินไปจนดูแลไม่ไหวโดยเฉพาะถ้าเป็นครอบครัวขนาดเล็กหากเลือกบ้านที่มีขนาดใหญ่มากจะมีปัญหาเรื่องการดูแลรักษา

*เนื้อหาที่กล่าวมาอ้างอิงจาก หนังสือ ซื้อบ้านได้ถูกใจ – วิญญู วานิชศิริโรจน์

ใส่ความเห็น